นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

1. ข้อกำหนดทั่วไป
 
1.1  วัตถุประสงค์
     1.1.1 เพื่อกำหนดให้มีแนวนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) จะยึดถือปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด 
     1.1.2 เพื่อให้บริษัทฯ ใช้เป็นแนวทางในการต่อต้านการติดสินบนและการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

1.2  ขอบเขตของนโยบาย
     นโยบายฉบับนี้ครอบคลุมทั้งบริษัท และบริษัทย่อย ซึ่งจะนำนโยบายฉบับนี้ไปเป็นแนวทางในการจัดทำนโยบาย หลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติงานอันว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เว้นแต่มีนโยบายหรือข้อกำหนดที่เข้มงวดหรือเคร่งครัดและครอบคลุมครบถ้วนกว่า 

1.3  ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้
     กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานแทนหรือทำในนามบริษัท เช่น บุคคลภายนอกที่ได้รับการว่าจ้างในลักษณะสัญญาชั่วคราว เป็นต้น มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้โดยเคร่งครัด

1.4  การยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามนโยบาย
     ไม่มีข้อยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามนโยบาย

1.5  กฎเกณฑ์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับต่างๆ เฉพาะในส่วนที่กำหนดเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของภาคเอกชนต้องปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ และทั้งนี้ไม่ว่าจะได้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใดๆ ในภายหน้า
    • จรรยาบรรณพนักงาน Code of Ethic และแนวทางการปฏิบัติทางด้านจริยธรรมและการปฏิบัติงาน
    • นโยบายการให้หรือรับของขวัญและการเลี้ยงรับรอง
    • กฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือ ข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)


1.6  วันที่นโยบายมีผลใช้บังคับ

     นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors)

1.7  ความถี่ในการทบทวนนโยบาย 
     ทุก 2 ปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

2.  หลักการทั่วไป

2.1 บริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เที่ยงตรงและเป็นธรรม มีธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่ดีในการดำเนินธุรกิจ

2.2 บริษัทจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อการกระทำทุจริตคอร์รัปชั่น หรือละเมิดฝ่าฝืนต่อหลักการที่บริษัท กำหนดไว้ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

3.  นิยาม1

3.1 “การทุจริตคอร์รัปชั่น” หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งอาจหมายรวมถึงการช่วยเหลือทางการเมือง การบริจาคเพื่อการกุศล เงินสนับสนุน ค่าของขวัญ ค่าบริการต้อนรับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น โดยเฉพาะหากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกิดจากการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะโดยการนำเสนอ การให้คำมั่นสัญญา การยอมรับ การขอ การเรียกร้อง การให้หรือรับสินบน การชักจูงสู่การกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย หรือทำลายความไว้วางใจ หรือการกระทำใดๆ ที่ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเสียหายต่อบริษัทฯ ต่อเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้อง

3.2 “การช่วยเหลือทางการเมืองที่มีลักษณะมิชอบด้วยกฎหมาย” (Illegal Political Contributions) หมายถึง การช่วยเหลือทางด้านการเงินไม่ว่ารูปแบบใดๆ รวมถึงการให้กู้เงินหรือรูปแบบอื่น เช่น การให้สิ่งของหรือบริการ การโฆษณาส่งเสริมหรือสนับสนุนพรรคการเมือง การซื้อบัตรเข้าชมงานที่จัดเพื่อระดมทุนหรือบริจาคเงินให้แก่องค์กรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคการเมือง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง เป็นต้น โดยการช่วยเหลือดังกล่าวมีลักษณะที่มิชอบด้วยกฎหมาย

3.3 “การบริจาคเพื่อการกุศล” (Charitable Contributions) หมายถึง การบริจาคเงินหรือสิ่งของหรือประโยชน์อื่นใด ให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดที่จัดตั้งขึ้นโดยอาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝง เช่น องค์กรการกุศล มูลนิธิหรือกองทุน เป็นต้น

3.4 “เงินสนับสนุน” (Sponsorships) หมายถึง เงินสนับสนุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการทำธุรกิจ ตราสินค้า หรือชื่อเสียงของผู้ให้เงินสนับสนุน

3.5 “ค่าของขวัญ ค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ” หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จ่ายเพื่อเป็นค่าสิ่งของใดๆ ที่มีมูลค่าทางการเงิน รวมถึงสิ่งที่ใช้แทนเงินสด และสิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือบริการ

4.  บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ

4.1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณาและอนุมัตินโยบายการต่อต้านการคอร์รัปชั่น และมอบหมายให้ฝ่ายจัดการนำมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นไปให้พนักงานปฏิบัติ รวมถึงการกำกับดูแลให้มีระบบที่สนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนของบริษัทเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการคอร์รัปชั่น

4.2 คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่และรับผิดชอบในการสอบทานรายงานทางการเงินและบัญชี ติดตามดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ สอดคล้องกับนโยบาย ข้อกำหนด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทมีความรัดกุม เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ รับเรื่องแจ้งเบาะแสการกระทำอันทุจริต ที่คนในองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้ง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทร่วมกันพิจารณาลงโทษ และหาแนวทางป้องกันต่อไป

4.3 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบการส่งเสริมและสนับสนุนการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โดยมีการสื่อสารไปยังพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมทั้งทบทวนความเหมาะสมของระบบและมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมาย

4.4 ฝ่ายตรวจสอบภายในมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและสอบทานในการปฏิบัติงานว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามนโยบาย แนวทางปฏิบัติ ระเบียบปฏิบัติ และกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบการควบคุมที่ดี เหมาะสม และเพียงพอต่อความเสี่ยงด้านคอร์รัปชั่นที่อาจจะเกิดขึ้น และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ โดยรายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

4.5 กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติและสนับสนุนนโยบายการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น ในทุกๆ กรณีไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม กรณีพนักงานมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ จะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือผ่านช่องทางการรายงานตามนโยบายการแจ้งข้อมูลที่อาจเป็นช่องเปิดของความเสี่ยงจากการทุจริตหรือการปฏิบัติไม่ชอบต่างๆ

5.  ข้อกำหนด

5.1  ข้อห้าม
     5.1.1 ห้ามมิให้มีการให้และรับสินบนหรือเงินหรือสิ่งตอบแทนหรือประโยชน์ในทุกรูปแบบในลักษณะที่อาจจะก่อหรือเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น
     5.1.2 ห้ามจัดทำบัญชีนอกรายการหรือแยกบัญชีเพื่ออำนวยความสะดวกหรือเพื่อปกปิดการจ่ายเงินที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
     5.1.3 ห้ามจ่ายเงิน สิ่งตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือทางการเมืองที่มีลักษณะมิชอบด้วยกฎหมาย

5.2 ข้อกำหนดอื่นๆ
     5.2.1 กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น ครอบคลุมทุกหน่วยงานและทุกกิจกรรมต่างๆ
     5.2.2 กำหนดให้มีมาตรการ ขั้นตอน วิธีปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับนโยบาย ครอบคลุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เพียงพอและเหมาะสม ซึ่งจะต้องครอบคลุมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ เช่น ตัวแทนจำหน่ายสินค้า เจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลหรือกิจการอื่นใด เป็นต้น
     5.2.3 กำหนดให้มีการสื่อสาร การรายงานข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณชน อย่างครบถ้วน ถูกต้อง โดยไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
     5.2.4 กำหนดให้มีการสื่อสารและจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางว่าด้วยเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
     5.2.5 กำหนดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแส(Whistle-blower) อันควรสงสัย ทั้งจากพนักงานและบุคคลภายนอก ตลอดจนจะต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบในการสอบหาข้อเท็จจริงและการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวด้วย โดยพนักงานที่แจ้งเบาะแสจะต้องได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้รวมถึงกรณีที่พนักงานปฏิเสธการคอร์รัปชั่นและการปฏิเสธนั้นจะทำให้บริษัทฯ ต้องสูญเสียโอกาสทางธุรกิจก็ตาม
     5.2.6 กำหนดให้มีระบบการควบคุมภายใน การจัดเก็บเอกสารและข้อมูลสำคัญ ที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อการตรวจสอบและการรายงาน
     5.2.7 กำหนดให้มีการติดตาม สอบทานและตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างสม่ำเสมอ

6.  บทลงโทษ

พนักงานฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้จะถูกลงโทษทางวินัยตามกฎข้อบังคับของบริษัท และอาจมีความผิดตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

7.  การคุ้มครองพยาน หรือผู้แจ้งเบาะแส

บริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อบุคคลที่ให้ถ้อยคำ ให้ข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง หรือให้หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวเป็นไปด้วยความสุจริตใจย่อมได้รับความคุ้มครองจากบริษัท ทั้งด้านตำแหน่งหน้าที่และจะไม่ถือว่าเป็นเหตุที่จะเลิกจ้าง ลงโทษ หรือดำเนินคดีใดๆ ที่ก่อให้เกิดผลร้ายต่อพนักงานดังกล่าว

8.  บทเฉพาะกาล

นโยบาย ระเบียบปฏิบัติ คู่มือปฏิบัติงานใดที่ไม่ขัดหรือแย้ง หรือมีมาตรการที่เข้มกว่ากับนโยบายฉบับนี้ให้มีผลใช้ต่อไป แต่หากนโยบาย ระเบียบปฏิบัติงาน คู่มือปฏิบัติงานใดขัดหรือแย้งหรือมีมาตรการที่ไม่เทียบเท่ากับนโยบายฉบับนี้ ให้กลุ่มงาน/ฝ่ายงานเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือบริการดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่นโยบายนี้มีผลบังคับใช้

1 ที่มา: แบบประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต

 

 

 

Visitors: 14,016