ประวัติความเป็นมา

บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้น เมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2493 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจทางด้านการรับประกันวินาศภัยทั่วไป เช่น การรับประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันอัคคีภัย ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและประกันภัยรถยนต์ ในปี พ.ศ. 2530 ได้เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ในปี พ.ศ. 2537

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลข 898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ชั้น 7 ถนนเพลินจิต มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ชำระแล้ว 250 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมกว่า 6,000 ล้านบาท มีบุคลากรในการดำเนินงานประมาณ 350 คน

ตลอดระยะเวลากว่า 63 ปีที่รับใช้สังคมไทย บริษัทฯ ได้ยึดมั่นนโยบายในการทำธุรกิจด้วยความระมัดระวังเพื่อสร้างความมั่นคง และเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้แก่ลูกค้า โดยยึดหลัก ความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และจริงใจ

ในปีพ.ศ. 2545 – 2546 บริษัทฯ ได้รับรางวัล ”Disclosure Award” เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลดีเด่นเป็นเวลา 2 ปีซ้อน จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) การคัดเลือกนี้ จัดทำ ขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนผลที่ได้รับดังกล่าว นับเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอันเนื่องมาจากความมุ่งมั่นและความพยายามของบริษัทฯ ในการดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลที่ดีมาตลอดและอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ในปีพ.ศ. 2546 บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Best Management Award” จากกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) บริษัทฯ ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งในสามในฐานะบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่นบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเวลาต่อเนื่อง 4 ปี

ในปี 2550 บริษัทฯ ได้รับรางวัลในฐานะบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น เป็นอันดับสาม ของผลประกอบการปี 2549 จากกรมการประกันภัย โดยพิจารณาจากการที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ มีฐานะการเงินที่มั่นคง และมีศักยภาพในการให้บริการรวมทั้งการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

ในปี พ.ศ. 2552 บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่นอันดับหนึ่ง ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน(สำหรับการประกอบการปี 2550 และ 2551) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย “คปภ.” และได้รับรางวัลจากจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ สามารถรักษา มาตรฐานในการบริหารงาน มีความมั่นคงทางการเงิน และปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม ในปีเดียวกัน บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ดีที่สุด (Best Product Innovation) ประจำปี 2551 จาก ฯพณฯ. เอกอัครราชทูต Belgian Ambassador Veestraeten จัดโดย หอการค้าเนเธอร์แลนด์-ไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552

ในปี 2553 บริษัทฯ ได้รับรางวัล “ประกาศเกียรติคุณประเภทนวัตกรรมด้านการพัฒนาสินค้า” จากการประกวด Financial Insights Innovation Awards (FIIA) ประจำปี พ.ศ. 2553 ซึ่งจัดขึ้นโดย IDC ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2553

ปี 2553-2554


15 มีนาคม 2553 บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) (“ศรีอยุธยาประกันภัย”) และ ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) (“ซีไอเอ็มบีไทย”) ได้ได้บรรลุข้อตกลงในการที่บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะเข้าซื้อหุ้นจำนวน 99.99% ใน บริษัท บีทีประกันภัย จำกัด (“BTI”) จากธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย ณ ราคาอ้างอิงขั้นต้นที่ 392 ล้านบาท และจะกำหนดราคาขายสุดท้ายในวันปิดธุรกรรมซื้อขายหุ้นโดยอิงมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัท บีทีประกันภัย ณ วันที่ทำการซื้อขาย

ในเดือนพฤศจิกายน 2553 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้อนุมัติให้บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซื้อหุ้นบริษัท บีที ประกันภัย จำกัด และได้รับการอนุมัติแนวทางของแผนการควบรวมธุรกิจจาก คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้สามารถโอนและรับโอนกิจการ ของบริษัทฯ และได้ทำการเปลี่ยนชื่อและตราของบริษัทฯ จากบริษัท บีที ประกันภัย จำกัด เป็น บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด และได้เพิ่มทุนของ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จาก 300 ล้านบาท เป็น 1,200 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมกับการขยายงานในปี 2554 และบริษัทฯ ได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ในอาคารเพลินจิตอาคารเดียวกับ ศรีอยุธยาประกันภัย

นอกจากการดำเนินการโอนธุรกิจประกันภัยแล้ว บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการให้ ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย เข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการบริหารงาน และให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้รับการอนุมัติใช้ชื่อ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554

ภายหลังจากการโอนถ่ายธุรกิจประกันภัยดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้อนุมัติไว้ เพื่อให้แผนการควบรวมมีผลสมบูรณ์ก่อนที่บริษัท ศรีอยุธยา ประกันภัย จะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยให้แก่สำนังาน คปภ. ตามที่กำหนดไว้ในแผนการควบรวมธุรกิจ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นด้วย โดยบริษัทฯ จะยังคงสถานะการเป็นบริษัทหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไปแต่เปลี่ยนสถานะบริษัทให้เป็น บริษัทเพื่อการลงทุน หรือ investment holding company ซึ่งในเบื้องต้นจะทำการลงทุนในธุรกิจประกันภัย โดยใช้ชื่อบริษัทใหม่ว่า บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) แต่ยังคงใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ฯ AYUD ตามเดิม

รายละเอียดทั่วไป


นอกเหนือจากนี้ บริษัทฯ ยังคงพัฒนาด้านเทคโนโลยีและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมกับ เหตุการณ์ตลอดเวลา คือได้นำระบบออนไลน์ เข้ามาใช้ และยังได้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานใหญ่ให้สามารถออนไลน์กับสาขาในต่างจังหวัดได้ ดังนั้นการดำเนินงานและการให้บริการของสาขาจึงมีประสิทธิภาพเทียบเท่าสำนักงานใหญ่ ถึงวันนี้บริษัทฯ มีสาขาเพื่อให้บริการกับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศรวม 18 สาขา และมีแผนงานในการขยายสาขาอีกต่อไป

ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน)


บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจรับประกันวินาศภัยทุกประเภท แบ่งออกได้ดังนี้

1. การประกันอัคคีภัย ครอบคลุมถึงการรับประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม ทรัพย์สิน ในอาคาร สต๊อกสินค้าตลอดจนเครื่องจักร และวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเขตพื้นที่รับประกันภัยทั่วราชอาณาจักร

2. การรับประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ครอบคลุมถึงการรับประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และภายในประเทศ โดยทางเรือเดินทะเลชายฝั่งในแม่น้ำลำคลอง การขนส่งทางบกโดยรถยนต์ รถไฟ ตลอดจนการขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน และไปรษณีย์พัสดุภัณฑ์

3. การประกันภัยรถยนต์ เป็นการประกันความเสี่ยงภัยของการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ โดยแบ่งการรับประกันภัยออกเป็นการรับประกันภัยภาคบังคับของกรมการประกันภัย และการรับประกันภัยภาคสมัครใจของผู้ประสงค์จะทำประกันภัย

4. การประกันภัยเบ็ดเตล็ด
ครอบคลุมการประกันภัยประเภทต่าง ๆ ได้แก่

  • - การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและกลุ่ม
  • - การประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
  • - การประกันภัยสำหรับเงิน
  • - การประกันภัยโจรกรรม
  • - การประกันภัยเครื่องจักร
  • - การประกันภัยการติดตั้ง
  • - การประกันภัยการก่อสร้าง
  • - การประกันภัยเงินทดแทนแรงงาน
  • - การประกันเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์
  • - การประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
  • - การประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด
  • - การประกันบัตรเครดิต
  • - การประกันภัยกระจก
  • - การประกันภัยเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมา
  • - การประกันสิทธิการเช่า

การดำเนินธุรกิจรับประกันภัยของบริษัทฯ นอกจากการรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยโดยตรงแล้ว บริษัทฯ ยังมีการรับประกันภัยต่อจากบริษัทรับประกันภัยในประเทศและ บริษัทรับประกันภัยต่างประเทศด้วย และเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงภัยตามหลักวิชาการของการประกันภัยให้การดำเนินธุรกิจการประกันภัยของบริษัทฯ มีความมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน บริษัทศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงรักษาไว้ซึ่งปรัชญาในการประกอบธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อสร้างความมั่นและเน้นประสิทธิภาพการบริการแก่ลูกค้า โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ ยุติธรรมและจริงใจ