ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AYUD

ก่อนที่ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AYUD จะแปรสภาพบริษัทฯ มาเป็น “บริษัทเพื่อการลงทุน” บริษัทเดิมคือ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 7 ตุลาคม 2493 เพื่อประกอบธุรกิจทางด้านการรับประกันวินาศภัยทั่วไป เช่น ประกันอัคคีภัย การรับประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยรถยนต์ และประกันภัยอื่นๆ ในปี พ.ศ. 2530 บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด ได้เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ได้แปรสภาพเป็น “บริษัทมหาชน” ในปี พ.ศ. 2537

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริษัทฯ เกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2553 เมื่อบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)ได้บรรลุข้อตกลงในการที่บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะเข้าซื้อหุ้นจำนวน 99.99% ในบริษัท บีทีประกันภัย จำกัด (“BTI”) จากธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย ณ ราคาอ้างอิงขั้นต้นที่ 392 ล้านบาท

พฤศจิกายน 2553 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้อนุมัติให้บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นบริษัท บีที ประกันภัย จำกัด พร้อมได้รับการอนุมัติแนวทางของแผนการควบรวมธุรกิจเพื่อให้สามารถโอนและรับโอนกิจการประกันภัยของบริษัทฯ

กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายด้านภาพลักษณ์องค์กร ทางบริษัทฯ จึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัท บีที ประกันภัย จำกัด เป็น บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด นอกเหนือจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำการเพิ่มทุนของ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด รวมเป็น 1,200 ล้านบาท และปัจจุบันได้เพิ่มเป็น 1,800 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมกับการขยายงานในอนาคต และเพื่อทำให้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนป็นไปตามกฎเกณฑ์ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อีกด้วย

มิถุนายน 2554 บริษัทฯ ได้ดำเนินการให้ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด ได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยใช้ชื่อ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

พฤศจิกายน 2554 เมื่อได้ทำการโอนถ่ายธุรกิจประกันภัยจาก บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จึงได้คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยของบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้แก่สำนักงาน คปภ.โดยธุรกิจด้านประกันภัยทั้งหมดดำเนินการอยู่ภายใต้ บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) หลังจากนั้นจึงได้เปลี่ยนสถานะบริษัทฯ เป็นบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จากการประกอบธุรกิจด้านประกันภัยมาเป็น “บริษัทเพื่อการลงทุน” หรือ investment holding company เพื่อทำการลงทุนในธุรกิจประกันภัยต่างๆ แทน โดยใช้ชื่อบริษัทใหม่ว่า บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ส่วนชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงใช้ชื่อ AYUD ตามเดิม

บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มีการลงทุนในสินทรัพย์ธุรกิจประกันภัยมากกว่า 6,000 พันล้านบาท โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ความระมัดระวังเพื่อคงความแข็งแกร่งด้านการเงินไว้ ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 898 ชั้น 7 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ถ. เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

บริษัทย่อย: บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (SAGI)

ด้วยประสบการณ์กว่า 63 ปีในธุรกิจประกันภัย บริษัทฯ จึงได้รับการยอมรับอย่างสูงจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทประกันวินาศภัย ที่มีการ

บริหารงานดีเด่น (Prime Minister Best Management Award) ซึ่งรางวัลเกียรติยศนี้ บริษัทฯ ได้รับต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 8 ปีซ้อน นับเป็นจำนวนรางวัลที่ได้มากที่สุดในธุรกิจประกันภัย บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจรับประกันวินาศภัยทุกประเภทดังนี้

1. การประกันอัคคีภัย

ครอบคลุมถึงการรับประกันภัยสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม ทรัพย์สินในอาคาร สต๊อกสินค้าตลอดจนเครื่องจักร และวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรม

2. การรับประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

ครอบคลุมถึงการรับประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และภายในประเทศ โดยทางเรือเดินทะเลชายฝั่งในแม่น้ำลำคลอง การขนส่งทางบกโดยรถยนต์ รถไฟ ตลอดจนการขนส่งสินค้าทางเครื่องบิน และไปรษณีย์พัสดุภัณฑ์

3. การประกันภัยรถยนต์

เป็นการประกันความเสี่ยงภัยของการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ โดยแบ่งการรับประกันภัยออกเป็นการรับประกันภัยภาคบังคับของกรมการประกันภัย และการรับประกันภัยภาคสมัครใจของผู้ประสงค์จะ ทำประกันภัย

4. การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

ครอบคลุมการประกันภัยประเภทต่าง ๆ ได้แก่

  • - การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและกลุ่ม
  • - การประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
  • - การประกันภัยโจรกรรม
  • - การประกันภัยเครื่องจักร และการติดตั้ง
  • - การประกันภัยการก่อสร้าง
  • - การประกันภัยเงินทดแทนแรงงาน
  • - การประกันเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์
  • - การประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
  • - การประกันบัตรเครดิต
  • - การประกันภัยกระจก
  • - การประกันภัยเครื่องมือเครื่องจักรของผู้รับเหมา
  • - การประกันสิทธิการเช่า

นอกจากการรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยโดยตรงแล้ว บริษัทฯ ยังมีการรับประกันภัยต่อจากบริษัทรับประกันภัยในประเทศ และบริษัทรับประกันภัยต่างประเทศด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยงภัยตามหลักวิชาการของการประกันภัย เพื่อความมั่นคง และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ